เครื่องดื่มเพื่อผิวสวย

ธันวาคม 20th, 2009

เครื่องดื่มเพื่อผิวสวย

เดี๋ยวนี้ไปตู้แช่ที่ไหนก็มักจะเห็นเครื่องดื่มบำรุงผิวกันเนอะ
มีเครื่องดื่มผสมคอลลาเจนบ้างละ  ผสมกลูต้าไธโอนบ้างละ
คุณประโยชน์ตามฉลากจะเป็นแค่คำโฆษณาหรือไม่?
ของพวกนี้มีดีอย่างไร ?  มาดูกัน  ^^

พูดถึงสาร Q10 ก่อนดีกว่าเนอะ
เครื่องดื่มผสม Q10 นี่ถือเป็นเครื่องดื่มบำรุงผิวในยุคบุกเบิกเลยทีเดียว
เพราะเป็นเครื่องดื่มชนิดแรกๆ ที่วางขายตามตลาด
Q10 นั้นเป็นสารที่มีประโยชน์ต่อกระบวนการสร้างพลังงานของร่างกาย
ซึ่งสาร Q10 นี้ ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เอง แต่พอเมื่ออายุ 20 ปีขึ้นไป
กระบวนการสร้าง Q10 จะเริ่มถดถอยลงตามอายุที่มากขึ้น ซึ่งถ้าร่างกายขาด Q10 ก็จะแก่เร็วและอายุสั้นลง
ปัจจุบันจึงได้มีการนำ โคเอนไซม์ Q10 มาใช้กันอย่างแพร่หลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์อาหารเสริม
เพื่อลดริ้วรอยก่อนวัยและช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว

อีกอันก็ฮิตพอกัน
เครื่องดื่มผสมคอลลาเจน
คอลลาเจนนี่เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งในผิวหนัง
ช่วยให้ผิวหนังตึง มีความยืดหยุ่น
แต่ก็เหมือน Q10 แหละ ที่พออายุ 20 ปั๊บก็จะเริ่มสลายลง
ซึ่งคอลลาเจนไม่สามารถซึมเข้าสู่ร่างกายได้โดยการทา

เพราะงั้น เวลาเห็นโฆษณาครีมที่มีส่วนผสมของคอลลาเจน  เมินได้เลยค่ะ

แต่ในครีมบางตัวจะมีสารช่วย”กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิวหนัง” อันนี้โอเคอยู่นะ (นอกเรื่องงงงง – -*)
เขาก็เลยแนะนำกันมาว่า ให้เสริมสร้างคอลลาเจนโดยการรับประทาน
ส่วนใหญ่คอลลาเจนที่ทานกันอยู่นี่ก็มาจากปลา
ก็มีการทดลองให้หญิงที่มีริ้วรอยมาดื่มคอลลาเจนสกัดกัน
พบว่า เมื่อทานไปแล้วระยะหนึ่งในปริมาณที่มากพอ
ทำให้ริ้วรอยจางลง ผิวพรรณดีขึ้น
แต่ก็นะ… ระยะหนึ่ง  กี่เดือนล่ะ ?  ปริมาณมากพอ   เท่าไหนกันล่ะ ?

สุดท้ายที่จะพูดในนี้คือ กลูตาไธโอน
ประโยชน์ทางด้านสวยๆ งามๆ ของสารนี้ คือการยับยั้งการสร้างเซลล์เม็ดสีให้ผิวหนัง
รวมทั้งการเปลี่ยนเม็ดสีที่สร้างขึ้นจากสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพู
จึงมีการคิดนำเอาสารชนิดนี้มาใช้เป็นอาหารเสริมโดยหวังว่า
จะสามารถเสริมและเพิ่มความเข้มข้นของกลูตาไธโอนในกระแสเลือดให้มากๆ
เพื่อหวังผลให้ผิวหน้าขาวอมชมพู แต่ในความเป็นจริงยาเม็ดที่เป็นอาหารเสริมนั้น
ทานมากเท่าไหร่ก็จะไม่ได้ผลเพราะสารชนิดนี้จะถูกย่อยสลายและกำจัดออกจากร่างกายไม่ถูกดูดซึม
แต่ก็ยังมีคนซื้อเครื่องดื่มผสมกลูตาไธโอนมากินกันเยอะแยะนะ ไม่เข้าใจเหมือนกัน
ยังงี้แพทย์หลายสำนักจึงได้มีการดัดแปลงโดยทำการฉีดเข้าเส้นหรือเข้ากล้ามเนื้อ
เช่นเดียวกับการรักษาโรคต่างๆ อย่างไรก็ตามอาการข้างเคียงของผิวขาวเป็นอาการชั่วคราวเท่านั้น
การที่จะทำให้ผิวขาวอย่างปลอดภัยและอยู่กับเราไปนานๆ คือ ทานวิตามินซี, ทาครีมกันแดด และการทาไวท์เทนนิ่งเท่านั้น ^^

เฮ้อ..
ดังนั้น ก็ไม่ควรจะไปฝากความหวังอะไรกับเครื่องดื่มพวกนี้ให้มากนะ
เราว่า แพง และก็ดูเป็นความหวังลมๆ แล้งๆ มากกว่า
เพราะโฆษณาที่บอกว่ามีสารนั้นสารนี้อยู่ มันอาจจะมีอยู่จริง แต่มีแค่ปริมาณนิดเดียวเท่านั้น
และการรับประทานให้ต่อเนื่องก็เป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
ทาครีม ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอก็ผิวสวยได้เหมือนกัน
สำหรับคนเขียนเอง เครื่องดื่มพวกนี้ก็อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่ง (ถ้ามีเงินเหลือเยอะๆๆๆน่ะนะ)
แต่ก็ไม่เคยลองซักที เพราะเงินไม่เคยจะเหลือเยอะปานนั้น  ^^”

ที่มา

http://hilight.kapook.com/view/23580

http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20080915024912AAaikKd

http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20081105205651AAakO5q

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า

ธันวาคม 5th, 2009

วิธีลดริ้วรอยบนใบหน้า

ลดริ้วรอยบนใบหน้า

1. เลิกนอนคว่ำ ปรับท่ามาเป็นนอนหงาย เพื่อกันไม่ให้ใบหน้าคุณเสียดสีจนเกิดเป็นริ้วรอย

2. เลี่ยงการแสดงอารมณ์ด้วยการยกหน้าผากขึ้นลง มีวิธีสื่อสารด้วยท่าทางอื่นอีกมากมาย ที่สามารถใช้แทนท่าทางนี้ได้ และเมื่อคุณอยู่คนเดียวลองฝึกวางสีหน้าให้ดูผ่อนคลายบ้างระมัดระวังการแสดง อารมณ์ทางสีหน้าแบบไร้ความหมาย เช่น บางคนนั่งกินข้าวเฉย ๆ ก็ยังขมวดคิ้วอยู่

3. ออกกำลังกายและรับประทานผักผลไม้อย่างสม่ำเสมอ

4. ทาครีมกันแดด ปกป้องผิวทุกวันแม้คุณจะอยู่แต่ในบ้านก็เถอะ เสมือนเป็นขั้นตอนต่อเนื่องทุกครั้งหลังจากที่คุณทามอยส์เจอไรเซอร์เสร็จ

5. ไม่สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเหล่านี้จะพรากความชุ่มชื้นไปจากผิวของคุณ

วิธีทำความสะอาดเครื่องสำอางที่ถูกต้อง

พฤศจิกายน 28th, 2009

วิธีเช็ดเครื่องสำอางบนใบหน้าที่ถูกต้อง

cleansing-cosmatic
ทำความสะอาดเครื่องสำอางบริเวณผิวรอบดวงตา
ผิวรอบดวงตาเป็น บริเวณที่บอบบางมากที่เวลาที่ทำความสะอาดบริเวณนี้แนะนำให้หยดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเครื่องสำอาง ใส่ลงสำลีพอประมาณ  จากนั้นเช็ดออกอย่างเบามือ ห้ามถูไปถูมาเด็ดขาด ถ้าเป็นตรงเปลือกตาก็ค่อยๆ เช็ดลงมาจนถึงตรงขอบตาเพื่อจะรูดมาสคาร่าให้ติดออกไปตามปลายขนตา  สำหรับตรงขอบตาก็แนะนำให้พับสำลีเป็นมุมสามเหลี่ยมเช็ดออกอย่างเบาๆ

ทำความสะอาดเครื่องสำอางบริเวณริมฝีปาก
ทำได้โดยการพับสำลีเป็น สามเหลี่ยมแล้วก็ใช้ตรงมุมเช็ดตามร่องปาก  โดยเช็ดในแนวดิ่งจากด้านในออกมาตรงด้านนอกริมฝีปากไม่แนะนำให้ถูในแนวขวาง เพราะจะทำให้ริมฝีปากแตกและถ้าทำซ้ำๆ นานๆ ไปมีผลให้ริมฝีปากเป็นร่องและมีรอยย่นเหี่ยว

ทำความสะอาดเครื่องสำอางบริเวณผิวหน้า
เริ่มจากบริเวณทีโซน (T-Zone)ก่อน  โดยเริ่มวนจากบริเวณหน้าผาก จมูกและคาง  และควรใช้นิ้วนางและนิ้วกลางสำหรับคลึงวนในการทำความสะอาด  โดยคลึงวนออกตามจุดต่างๆ บนผิวหน้าถ้าคุณเลือกใช้คลีนซิ่งออยล์ก็สามารถล้างหน้าด้วยน้ำสะอาดได้เลย  แต่ถ้าเป็นคลีนซิ่งเจลหรือน้ำนมคุณต้องซับหน้าด้วยทิชชูก่อนแล้วค่อยตามด้วย น้ำสะอาดและโฟมล้างหน้า

เนื้อหา: http://www.pooyingnaka.com
Rewrite โดย : http://www.thaiskincare.net

แต่งหน้า รองพื้นให้หน้าเนียนใส

พฤศจิกายน 25th, 2009

1

ผิวหน้าสวยเนียนเรียบดูเป็นธรรมชาติไร้ที่ติเป็นสิ่ง ที่สาวๆ ทุกคนพึงปรารถนา คุณเองก็สามารถมีได้เช่นกัน มาดูวิธีการทารองพื้น(makeup foundation) แต่งหน้าให้หน้าเนียนใสกันเถอะ

2

1. หยด Skin Foundation รองพื้นที่ปกปิดบางเบา 2 – 3 หยดลงบนปลายนิ้ว แล้วใช้แปรงชนิดแบน สำหรับทารองพื้นแตะเนื้อครีมเกลี่ยให้ทั่วใบหน้าอย่างเบามือเริ่มจากบริเวณเเก้มไล่ไปถึงบริเวณไรผม

3

2. เกลี่ยรองพื้นจากบริเวณกึ่งกลางหน้าผากออกไปด้านข้าง

4

3. ปัดเเปรงจากสันจมูกออกไปด้านซ้ายเเละขวาทีละด้าน โดยเน้นบริเวณร่องปีกจมูกให้เนียนเป็นพิเศษ

5

4. เกลี่ยบริเวณคาง โดยเริ่มจากกึ่งกลาง ผ่านบริเวณกราม ไล่ไปจนถึงใต้ใบหู

6

5. ใช้ปลายนิ้วเเตะทั่วใบหน้าเบาๆ เพื่อให้รองพื้นติดเเน่นกับผิวเเละดูบางเบาเป็นธรรมช าติ

Tips แต่งหน้า รองพื้นให้หน้าเนียนใส

- ข้อดีของการใช้แปรงรองพื้นคือ ช่วยให้ดูบางเบาและประหยัดเนื้อครีม
- สีของรองพื้นที่เหมาะสมคือ สีที่ใกล้เคียงกับลำคอที่สุด

นางแบบ: หัสสยา อิสริยะเสรีกุล
Make-up: วุฒิชัย ใจยงค์

ขอบคุณรูปภาพและเนื้อหาจาก: www.sudsapda.com

What’s Antioxidant? สารต้านอนุมูลอิสระ คืออะไร?

พฤศจิกายน 25th, 2009

อนุมูลอิสระคืออะไร ?
ถ้าพูดแบบเด็กวิทย์ เขาจะบอกว่า อนุมูลอิสระ คือ อะตอมของออกซิเจนที่ไม่มีอิเล็กตรอน ซึ่งอะตอมนี้จะคอยดูดอิเล็กตรอนจากโมเลกุลอื่น  อะตอมแบบนี้มันไม่ได้มีแค่สองสามตัวในร่างกายเราหรอกนะ  มันมีเป็นล้านๆๆๆ ที่คอยจะทำลายเซลล์ที่ดีของเราอยู่   พูดแบบนี้ งง อะดิ    มาดูภาพประกอบกันดีกว่า..

นี่คือ    โฉมหน้าวายร้าย อนุมูลอิสระ !!!!       อะตอมออกซิเจนที่ไม่มีอิเล็กตรอน..

1

เนื่องจากว่าตัวมันเองจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีอิเล็กตรอน
… ก็เลย ไปปล้นจากอะตอมออกซิเจนตัวอื่น

23

และนี่คือแก๊งค์ของพวกมัน   อนุมูลอิสระเรนเจอร์ !!!   เกิดมาเพื่อทำลายเซลล์ที่ดีครับพ๊ม!!

4

…….แน่นอนว่า มีอนุมูลอิสระในร่างกายมากๆ ย่อมเป็นเรื่องไม่ดีแน่
ลองนึกภาพแอบเปิ้ลที่ผ่าครึ่งทิ้งไว้นานๆ  มันจะช้ำๆ น้ำตาลๆ ใช่มั้ย
นี่แหละ ผลงานของอนุมูลอิสระ      โอ๊ะ  แย่ขนาดนั้นเลย   แล้วกับผิวเราหล่ะ ??
อนุมูลอิสระมีผลทำให้ผิวเสื่อมโทรม เกิดริ้วรอยบนใบหน้า หนังหน้าดำคล้ำ

Where do they from?
ดูเหมือนว่าอนุมูลอิสระจะหาได้จากทุกที่ในโลกเลยนะเนี่ย(จะดีหรอ?) ต้นตอส่วนใหญ่ของอนุมูลอิสระก็มาจากอาหารนี่แหละ  ของไหม้ๆ เกรียมๆ เนื้อกรอบ อร่อยดี   นอกจากนี้  ความเครียด, มลภาวะต่างๆ, แม้แต่การออกกำลังกายยังเกิดอนุมูลอิสระเลย

ฟังแล้วดูแย่เนอะ   เพราะงั้น    มาดูแลผิวกันดีว่า ^^
การทาครีมที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระเป็นประจำ ถึงแม้ว่าจะไม่เห็นผลภายในชั่วข้ามคืน หรือ 3วัน 7 วัน อย่างโฆษณาครีมบางตัว    แต่พอเวลาผ่านไปนานๆ เข้า จะเห็นได้ว่า  คนที่ทาครีมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นประจำจะดูอ่อนเยาว์กว่าคนที่มีอายุรุ่นเดียวกัน

ผลิตภัณฑ์ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ควรจะมีลักษณะต่อไปนี้
- ปราศจากสารระคายเคือง
- มีสารต้านอนุมูลอิสระที่หลากหลายในผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกัน
- ต้องมีปริมาณมากพอ  (ดูจากฉลากส่วนประกอบข้างผลิตภัณฑ์ด้วยค่ะ) ต้องอยู่ในอันดับต้นๆ หรืออย่างน้อยก็มีมากกว่าน้ำหอมหรือสารกันบูด
- ต้องอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม ไม่งั้นต่อให้ครีมดีขนาดไหนก็เสื่อมได้ เพราะสารต้านอนุมูลอิสระจะเสื่อมสภาพเมื่อโดนแสงและออกซิเจน

สารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้บ่อย
พวกวิตามิน  เช่น  Vitamin  A , Vitamin  B3 ,  Vitamin C, Vitamin E
สารสกัดจากพืช  เช่น  จากชาเขียว,ทับทิม, เมล็ดองุ่น, ถั่วเหลือง, แปะก๊วย
พวกเอ็นไซม์  เช่น   Superoxide Dismutase, Ethylbisiminomethylguaiacol Manganese Chloride

สารที่ว่าทั้งหมด จะอยู่ในรายละเอียดของบทความต่อๆ ไปค่ะ ^^

สวยหน้าใสด้วยวิตามินซี (Vitamin C)

พฤศจิกายน 24th, 2009

สวยหน้าใสด้วยวิตามินซี (Vitamin C)

หน้าใส


วิตามินซี คืออะไร

ประวัติการ ค้นพบ วิตามินซี เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัย ศตวรรษที่ 18 มีการสังเกตว่าพวกทหารเรือที่มีการรอนแรมออกเดินเรือไปในทะเลเป็นเวลานานๆ ซึ่งมักจะขาดแคลนพวกผักสดผลไม้สด จะป่วยเป็นโรคลักปิดลักเปิด และสุขภาพไม่ค่อยดี มีอาการอ่อนเพลีย อยู่บ่อยๆ แต่ก็มีคนสังเกตเห็นว่าจะไม่พบอาการดังกล่าวในทหารเรือที่รับประทานมะนาว เป็นประจำ และเมื่อต่อมาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากขึ้น ในปี 1982 ก็สามารถหาสารอาหารสำคัญที่เป็นต้นเหตุของโรคดังกล่าวได้ว่าสารที่พวกทหารเรือขาดไปคือ Read the rest of this entry »

บรรจุภัณฑ์เครื่องสำอางก็สำคัญนะ

พฤศจิกายน 23rd, 2009

cosmetic

เพราะบรรจุภัณฑ์ที่ดีควรจะสามารถเก็บรักษาสารสำคัญให้เสถียรและคงทนได้ โดยเฉพาะวิตามินและสารแอนติออกซิแดนท์ที่เสื่อมสลายได้ง่ายเมื่อโดนแสงและอากาศ นอกจากนี้ก็ต้องลดโอกาสที่เนื้อผลิตภัณฑ์จะปนเปื้อนหรือสัมผัสกับปัจจัยภายนอกให้มากที่สุด

ถ้าคุณเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เหมาะ  ไม่ดีพอ    ซักพักนึงพอเวลาผ่านไป  ครีมเทพของคุณก็จะค่อยๆ เสื่อม กลายเป็นครีมธรรมดาที่ทำได้แค่เคลือบผิวและให้ความชุ่มชื้นผิวเท่านั้น  ซึ่งมอยซ์เจอไรเซอร์ธรรมดาๆ ก็ทำได้  แล้วจะซื้อของแพงไปทำไมล่ะ ?

กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ควรจะใส่ใจเรื่องบรรจุภัณฑ์มากเป็นพิเศษก็คือ Toner (ที่มีส่วนผสมดี ๆ) กับ Moisturizer (รวมหมดทั้ง Serum, Emulsion, Lotion, Cream และ Sunscreen) ส่วน Cleanser หรือ Makeup-Remover พวกนั้นไม่ต้องคิดมากก็ได้…

blog_bb_hope_in_a_jar

กระปุก เป็นทางเลือกที่แย่ที่สุด เพราะทุกครั้งที่เราเปิดฝาควักขึ้นมาใช้ คุณก็ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์สัมผัสแสงและอากาศ สารบำรุงจึงเสื่อมลงไปเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่คุณเปิดใช้ นอกจากนี้ยังมีทั้งฝุ่น สิ่งสกปรก แบคทีเรีย จากนิ้วมือหรือพายตักครีมลงไปปนเปื้อนในเนื้อผลิตภัณฑ์ ทำให้ครีมในกระปุกสวยของคุณมีแต่แบคทีเรียและเชื้อโรคเพิ่มจำนวนมากขึ้น เรื่อย ๆ ทุกครั้งที่คุณใช้ ซึ่งไม่ปลอดภัยกับผิวเลย…

retinalarge

หลอดบีบ ก็ควรจะเป็นแบบทึบแสง บรรจุภัณฑ์แบบนี้ก็ดีกว่าแบบกระปุก แต่ก็ยังไม่ดีที่สุด เพราะทุกครั้งที่หลอดคืนรูปทรง (โดยเฉพาะหลอดบีบพลาสติก) ก็ทำให้อากาศไหลกลับเข้าไปในหลอด ก็ทำให้สารสำคัญเสื่อมได้เหมือนกัน (แต่ก็น้อยกว่าแบบกระปุกเยอะ) แต่หลอดบีบที่ทำจากอลูมิเนียมที่ไม่คืนรูปไม่มีข้อเสียเหมือนกับหลอดบีบพลาสติกจึงเป็นตัวเลือกที่ดีมากเลยทีเดียว

Rojukiss04

ขวดที่ใช้หลอดหยด ก็ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์สัมผัสอากาศทุกครั้งที่เปิดใช้เหมือนกัน (แต่ก็ยังดีกว่ากระปุกเยอะ) แต่ก็ลดการสัมผัสแสงได้ดี (ถ้าเป็นขวดสีชาหรือทึบแสง) ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีอีกเหมือนกัน

olay_foundation_420

ขวดปั้ม แบบปกติก็มีข้อดีและข้อเสียคล้ายๆ กับหลอดบีบแบบคืนรูป เพราะมันจะดึงอากาศเข้าไปแทนที่ผลิตภัณฑ์ที่ถูกปั้มออกมา (แต่ก็น้อยกว่าหลอดบีบคืนรูป) ขวดปั้มจึงเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ดี    ซึ่งปัจจุบันมีขวดปั้มแบบใหม่ คือขวดปั้มสุญญากาศ (อย่าง Olay : Total Effect Cream) ที่ไม่มีการดูดอากาศเข้าในขวดเพื่อปั้มเนื้อผลิตภัณฑ์ขึ้นมา นอกจากนี้ยังไม่มีปัญหาเรื่องปั้มไม่ขึ้นเพราะผลิตภัณฑ์เหลือน้อยอีกด้วย

การเลือกซื้อครีมกันแดด

พฤศจิกายน 23rd, 2009

anti-uv

เวลาอ่านหนังสือเรื่องสวยๆ งามๆ ทั่วไป เขามักจะเขียนว่า ช่วงที่แดดแรงที่สุด คือ เวลา 10 โมงเช้า ถึง บ่าย 3  (ไม่ทราบว่าเขียนมากี่ปีแล้วคะ ? เฮ้อ..) ดูแดดสมัยนี้สิ แรงตั้งแต่ 7 โมง เช้า แม่เจ้า พวกครีมทั้งหลายนี่ก็อีก โฆษณาประโคมกันเข้าไปว่ากันแดดได้ ยังงั้นยังงี้  ไม่ได้ห่วงหนังหน้าผู้หญิงด้วยกันเลยว่าจะโดนแดดทำร้ายมากแค่ไหน  เอาละ มาลองอ่านเรื่องกันแดดกันนะ ^^

ก่อนอื่นต้องรู้กันก่อนว่า แดดที่ส่องมาบนพื้นโลกน่ะ มีอยู่ 3 ช่วงคลื่น ก็ที่เขาเรียกว่า UVA UVB กับ  UBC (มั่ว ^^” )  รังสีที่มองเห็นได้
รังสีพวกนี้จะสามารถทำปฏิกิริยาทั้งทางเคมี และ ทางฟิสิกส์กับเคมีในร่างกายของเรา ว่ากันว่า UVA กับ UVB นี่ อันตรายกับผิวมากที่สุด

เวลาเราไปซื้อครีมกันแดด ก็มักจะเห็นคำว่า SPF เด่นเด้งก่อนคำอื่นเลยสินะ (บางยี่ห้อดีหน่อย  มี pA พ่วงมาด้วย  บร๊ะเจ้า~~) เจ้า SPF กับ pA เนี่ย  ไม่ใช่สารนะคะ  แต่ว่า เป็นประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดด   จากนี้ให้เข้าใจว่า  Spf ป้องกัน UVB  แต่ว่า pA ป้องกัน UVA
แปลกหน่อยตรงที่ว่า pA น่ะ  จะหาเจอได้ในครีมกันแดดที่ผลิตในเอเชียเท่านั้น (ฝรั่งเขาไม่กลัว UVA หรอเนี่ย ?)

ครีมกันแดดที่มีค่าspf กับ pa สูงๆ มักจำทำให้คนชะล่าใจ คิดว่า ยิ่งค่าสองตัวนี้สูงมากเท่าไร ชั้นก็ระเริงแดดได้นานเท่านั้น นี่แหละ ผลวิจัยของอเมริกาฉบับหนึ่งเขาบอกว่า ค่า spf สูงๆ ทำให้คนคิดว่ากันแดดนี่จะติดหนึบอยู่กับผิวตลอด ทำให้ไม่ยอมทาซ้ำ และเป็นผลให้เกิด   มะเร็งผิวหนัง ดังนั้น ถ้าต้องออกแดดนานๆ ก็ควรทาซ้ำทุกๆ 1-2 ชั่วโมง

ครีมกันแดดมีอยู่ 2 ประเภทด้วยกัน  แยกเป็น
chemical sunscreen ซึ่งสารในครีมกันแดดประเภทนี้จะดูดซับ และเปลี่ยนแสงให้เป็นพลังงานความร้อน  จึงป้องกันไม่ให้แสงเข้าสู้ผิวหนังได้

อีกประเภทหนึ่ง คือ

physical sunscreen (ตอนนี้มีโฆษณาของสมูธอีด้วยแหละ  โบกลัวเคมีค่ะ >_<)   ข้อดีของมัน ก็คือ ใช่ค่ะ ไม่มีเคมี แต่ว่า มัน ว๊อกกกกว่อก  ขาวว่อกหลอกตาสุดๆ ครีมกันแดดประเภทนี้จะใส่สาร ไม่ Titanium Dioxide ก็ใส่ Zinc Dioxide ละ ตัวหลังดีกว่าตัวแรกมาก เพราะวอกน้อยกว่า ครีมกันแดดประเภทนี้สามารถสะท้อนรังสีได้ทั้ง 3 ช่วงคลื่นเลยนะ (เอาความวอกสะท้อนมันออกปายยยย  ฟิ๊วว~)
นอกจากนี้ ปริมาณการทาบนผิวก็มีความสำคัญนะ ผู้ใช้หลายๆ คน ไม่รู้ว่าการทาครีมกันแดดที่ถูกนั้นต้องใช้ปริมาณเท่าใด จึงขอแนะนำให้ใช้วิธีง่ายๆ คือ ให้บีบครีมแล้วแต้มบนจุดต่างๆ บนใบหน้า ได้แก่ บริเวณหน้าผาก บริเวณแก้มทั้งสองข้าง บริเวณจมูกและคาง โดยในแต่ละจุดใช้ครีมปริมาณเท่าเมล็ดถั่ว 1 เม็ด และเกลี่ยครีมให้ทั่วบริเวณหน้า การเกลี่ยครีมนั้นต้องมีความสม่ำเสมอ รวมไปถึงการทาครีมที่บริเวณ คอ แขน และอวัยวะส่วนที่มีโอกาสถูกแสงแดด โดยการทาครีมกันแดดที่ถูกต้องนั้น ควรทาก่อนถูกแดด ประมาณ 30 นาที เพื่อให้ครีมกันแดดเกาะกับผิวชั้นนอกได้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น

การผลัดเซลล์ผิว

พฤศจิกายน 23rd, 2009

skin-cells

ตามโครงสร้างของผิว ซึ่งโดยปกติแล้วผิวชั้นนอกจะมีการ Exfolate หรือ การผลัดผิวอยู่แล้ว แต่ด้วยอายุที่มากขึ้นและมลภาวะที่มากขึ้นในแต่ละวันอาจทำให้กลไกกาผลัดผิวมีประสิทธิภาพแย่ลง จึงทำให้ชั้นขี้ไคลบนผิวชั้นนอกหนาขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุของการอุดตันของรูขุมขนและทำให้ผิวหมองคล้ำลง

ดังนั้น การใช้เครื่องสำอางที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพที่ยึดเกาะกับผิวชั้นนอกจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่แบรนด์ทั้งหลายนำมาผสมในผลิตภัณฑ์ สารเหล่านั้นได้แก่ AHA และ BHA ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน นอกจากนี้ยังทำให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนและกระจ่างขึ้นอีกด้วย

คนทั่วๆ ไปจะเข้าใจว่า การใช้สาร AHA หรือ BHA นั้น จะทำให้ผิวหน้าบางลง เพราะนั่นสินะ ชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นการผลัดผิว มันคงทำให้ผิวบางลงจริงๆ แหละ
แต่เราต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า   จริงๆ แล้ว ชั้นขี้ไคลบนผิวชั้นนอกน่ะสามารถป้องกันแสงแดดอยู่ได้ระดับหนึ่ง  ซึ่งเมื่อเราใช้สารผลัดผิวไปลอกเซลล์พวกนั้นออกมา(ทำให้ผิวไวต่อแสงมากขึ้น)  ซึ่งหากระหว่างที่ผิวกำลังสร้างเซลล์ผิวดีใหม่นั้นเราใช้สารกันแดดที่มีค่า SPF หรือค่า PA ไม่เพียงพอ หนังหน้าเราก็จะ เกรียมมมมม..

โครงสร้างของผิว

พฤศจิกายน 22nd, 2009

โครงสร้างของผิว

skin-anatomy

ผิวของเราประกอบด้วยโครงสร้างใหญ่ๆ 3 ชั้นด้วยกัน คือ
ชั้นนอก (Epidermis)
ชั้นใน (Dermis)
และชั้นไขมัน (Subcutaneous fat)

ผิวชั้นนอก (Epidermis) ก็เป็นเสมือนหน้าตาของเรา ผิวเราจะดูดีหรือไม่ดี จะใสหรือหมองก็อยู่ที่ผิวชั้นแรกนี่ละ

ส่วนริ้วรอยเล็กๆ จางๆ จะเกิดอยู่ในชั้นนี้ ปัจจัยหลักๆ มาจากความแห้งกร้าน (ก็เซลล์ผิวมันเหี่ยวไง ) ซึ่งการทามอยซ์เจอไรเซอร์ทั่วไปที่ให้ความชุ่มชื้นทำให้ริ้วรอยแบบนี้จางหายไปได้ (พอเซลล์ผิวมันอิ่ม ผิวก็ตึงขึ้นทำให้ริ้วรอยแบบนี้หายไป)

และจำไว้เลยว่า   มอยซ์เจอไรเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น Essence, Emulsion, Serum, Lotion, Cream มันก็ช่วยบำรุงแค่ผิวชั้นนอกทั้งนั้นแหล่ะ เพราะงั้น  เลิกเชื่อตามที่พวกบริษัทเครื่องสำอางหรือ BA ที่เขาบอกว่า “Serum จะบำรุงลึกถึงผิวชั้นในและ อย่างอื่นจะบำรุงแค่ผิวชั้นนอก” กันได้แล้ว…

ต่อมา ผิวชั้นใน (Dermis) เป็นชั้นผิวที่หนาที่สุด ประกอบไปด้วยไขมัน คอลลาเจน เส้นเลือดต่างๆ ซึ่งในผิวชั้นในนี้จะเป็นที่ที่ริ้วรอยลึกเกิดขึ้น เราต้องเข้าใจว่าเครื่องสำอาง (และเวชสำอาง) “ไม่สามารถ”แก้ไขในจุดนี้ได้ ถ้าจะแก้ไขก็ต้องพึ่งการทำทรีตเมนท์จากแพทย์ผิวหนังหรือการศัลยกรรมความงามเท่านั้น

ถ้าเข้าใจในจุดนี้แล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องเสียเงินแพง ๆ เพื่อซื้อครีมเทพที่อวดอ้างว่ามหัศจรรย์ทั้งหลายแหล่มาใช้ให้เปลืองเงิน เพราะไม่ว่ามันจะโคตรรอภิมหาแพงหรือเมพขิงๆแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นโดยการขจัดริ้วรอยลึกให้ออกไปจากหนังหน้าของคุณได้ สู้เอาเงินไปทำ Botox หรือ Derma Filler ยังจะเห็นผลเร็วกว่า (ดีไม่ดีจะถูกเงินกว่าอีกต่างหาก)

ผิวชั้นสุดท้ายคือ  ขั้นไขมัน ตรงนี้เป็นส่วนของไขมันที่สะสมใต้ผิว เป็นตัวกำหนดรูปร่างของเราว่าผอมสวยหรืออวบอ้วน เป็นตัวรับแรงกระแทกและก็เป็นฉนวนเพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกาย ส่วนนี้ไม่ค่อยเกี่ยวอะไรกับ Skin-Care เท่าไหร่ เพราะไม่มีทางที่จะไปทำอะไรมันได้อยู่แล้ว แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าลดเซลลูไลท์หรือผิวเปลือกส้มทั้งหลายนั้น…. มันช่วยอะไรไม่ได้หรอก  ^^